How to Enjoy “Sapporo Snow Festival”

“Sapporo Snow Festival” คืองานเทศการฤดูหนาวที่เป็นเสมือนตัวแทนแห่งฮอกไกโด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก! ซึ่งในปี 2016 นั้นมีผู้เข้าชมถึงกว่า 2 ล้าน 6 แสนคนเลยทีเดียว ก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้กันดีกว่า

Sapporo Snow Festival 2017 สถานที่จัดงาน
fleximg
สถานที่จัดงาน (มีทั้งหมด 3 แห่ง)
1. Odori Park (สถานที่จัดงานหลัก)
  • ระยะเวลา: 4 – 11 Feb 2019
  • ประติมากรรมหิมะและรูปแกะสลักน้ำแข็ง: 126 ชิ้น (*ข้อมูลปี 2016)
  • การเดินทาง: ติดกับรถไฟใต้ดินสถานี Odori
2. Susukino
  • ระยะเวลา: 4 – 11 Feb 2019
  • รูปแกะสลักน้ำแข็ง: 60 ชิ้น (*ข้อมูลปี 2016)
  • การเดินทาง: ติดกับรถไฟใต้ดินสายNanboku สถานี Susukino
3.Tsu-Dome (Sapporo Community Dome)
  • ระยะเวลา: 31 Jan – 11 Feb 2019
  • ประติมากรรมหิมะและรูปแกะสลักน้ำแข็ง: 22 ชิ้น (*ข้อมูลปี 2016)
  • การเดินทาง: เดินจากรถไฟใต้ดินสาย Toho สถานี Sakaemachi 15 นาที
  • *ระหว่างช่วง Snow Festival จะมีรถรับส่งไว้บริการ
วิธีการเดินเที่ยว “Sapporo Snow Festival” ให้ทั่วใน 1 วัน!

ขอแนะนำจุดที่ห้ามพลาดของ “Sapporo Snow Festival” และเส้นทางแนะนำสำหรับเดินเที่ยวใน 1 วัน

1.เที่ยวชมประติมากรรมหิมะอันยิ่งใหญ่อลังกาล (Odori Park) (10:00 – 12:00)

fleximg
©Hajime Isayama,KODANSHA/”ATTACK ON TITAN EXHIBITION” Production Committee.All Rights Reserved.

จุดที่แนะนำแห่งแรกก็คือ การชื่นชมประติมากรรมหิมะที่ใหญ่โตภายใต้ท้องฟ้ากว้างที่ Odori Park ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหลัก ความอลังกาลและความละเอียดอ่อนของประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่นั้นเกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจกันสรรค์สร้างขึ้นของเหล่ากองกำลังป้องกันตนเองและกลุ่มช่างแกะสลักที่เป็นประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติของตัวแทนแต่ละประเทศที่จัดขึ้นบริเวณ Nishi 11 Chome ก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เช่นกัน! ในการแข่งขันนี้ยังมีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมสรรค์สร้างงานศิลปะที่แฝงวัฒนธรรมความเป็นไทยทุกๆ ปีอีกด้วย

ในตอนกลางวันจะมีผู้คนจำนวนมากมายัง Odori Park นี้ ดังนั้นหากเดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ ก็จะสามารถถ่ายรูปหรือวีดีโอโดยไม่มีฝูงคนมาบังเกะกะได้

สเน่ห์ของของ Sapporo Snow Festival นั้นไม่ได้อยู่ที่ “การ ดู” เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสนุกสนานใน “การกิน” ด้วย โดยที่ Nishi 6 Chome นั้นมีการจัด “Hokkaido★Winter Food Park” ซึ่งรวมของอร่อยของแต่ละภูมิภาคของฮอกไกโดไว้ และที่ Nishi 11 Chome นั้นมี “International Exchange Food Corner” ซึ่งจะสามารถลิ้มรสอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ลองไปสัมผัส “อาหารของฮอกไกโด” สักครั้ง แล้วจะพบว่ามันทำให้ร่างกายอบอุ่นต้านทานอากาศอันหนาวเย็นได้

2. ร่วมกิจกรรม ณ ลานหิมะ (Tsudome) (13:00 – 16:00)

fleximg

ลานหิมะ Tsudome เป็นลานกิจกรรมที่เด็กๆ สามารถจะเล่นหิมะได้อย่างสนุกสนาน! จุดนี้เป็นจุดแนะนำสำหรับผู้ที่ “ต้องการสัมผัสประสบการณ์เล่นหิมะ” เช่น ลานสไลเดอร์หิมะขนาดยักษ์และ Snow Rafting เป็นต้น

3. ชมวิวสถานที่จัดงาน Snow Festival ที่ถูกประดับด้วยแสงไฟ (Odori Park: Sapporo TV Tower) (17:00 – 18:00)

fleximg

จากจุดชมวิวของ Sapporo TV Tower ฝั่งตะวันออกเราจะมองเห็นบริเวณสถานที่จัดงาน Snow Festival ได้อย่างชัดเจน ประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่ถูกส่องด้วยแสงไฟกับแสงระยิบระยับของเมืองนั้นเป็นภาพที่ตัดกันอย่างงดงาม นับเป็นทิวทัศน์ที่สวยที่สุดมุมหนึ่งของงาน Sapporo Snow Festival เลยทีเดียว

4. ชมประติมากรรมหิมะที่ประดับด้วยแสงไฟภายในสถานที่จัดงาน ณ Odori Park (Odori Park) (18:00 – 20:00)

fleximg
ประติมากรรมหิมะที่ตั้งเรียงรายอยู่จะสะท้อนกับแสงไลท์อัพส่องประกายระยิบระยับต่างกับที่เห็นในตอนกลางวัน!
ในช่วงดังกล่าว ที่ซัปโปโรพระอาทิตย์จะตกราวๆ 4 โมงเย็น ซึ่งเวลาที่จะชมไลท์อัพได้อย่างสวยงามที่สุดคือช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนถึงเวลา 4 ทุ่ม
Projection Mapping คือการฉายภาพเคลื่อนไหวลงไปบนประติมากรรมหิมะซึ่งฉายไฟไลท์อัพอยู่ สถานที่จัดงานแต่ละแห่งจะจัดการแสดงดังกล่าวขึ้นหลายครั้งในรอบ 1 วัน การผสมผสานกันของหิมะ กับแสงที่ส่องลงบนประติมากรรมหิมะสีขาวโพลนและภาพเคลื่อนไหวนั้นสร้างความน่าประทับใจแบบใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนให้แก่งาน Sapporo Snow Festival ได้เป็นอย่างดี

5. ชมรูปแกะสลักน้ำแข็งสีสรรสดใจ (Susukino) (20:00 – 21:00)

fleximg

ปิดท้ายการเที่ยวชม Snow Festival ที่ Susukino หากมาเยี่ยมชมในยามค่ำคืนก็จะเห็นรูปแกะสลักน้ำแข็งสะท้อนแสงไฟของเมืองยามราตรีสวยราวกับภาพมายา Susukino เป็นเขตที่มีร้านกินดื่มและร้านอาหารมากมายรวมกันอยู่ ดังนั้นหลังจากเที่ยวชมงานแล้วก็สามารถจะไปลิ้มลองอาหารของซัปโปโรได้อย่างง่ายดาย

Access Tips
  • ที่ Tsudome ไม่มีที่จอดรถสำหรับบุคคลทั่วไป ดังนั้นควรเดินทางไปโดยระบบขนส่งสาธารณะ
  • สามารถเดินจากจากรถไฟใต้ดินสาย Toho สถานี Sakaemachi ไปยัง Tsudome โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดิน สามารถขึ้นรถรับส่งจากสถานี Sakaemachi ไปยังสถานที่จัดงานได้ (เที่ยวเดียว: 100 เยน)
  • มีรถรับส่งเดินทางโดยตรงระหว่างสถานที่จัดงานทั้ง 3 แห่งได้อย่างสะดวกสบาย โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่ป้ายรถรับส่ง นอกจากนี้ยังมีตั๋ว One Day Pass (ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 210 เยน) จำหน่ายที่ Hokkaido Chuo Bus ด้วย (* ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าตั๋วรถไฟใต้ดิน)

ติดตามข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ “Sapporo Snow Festival”

Check Official Website

Download Free Hokkaido Travel Booklet 2016-2017 Winter

DOWNLOAD BOOKLET